ตื่นเช้ามา วันนี้มีนัดถ่ายรูปกับนางแบบ หยิบกล้องและเลนส์ลงกระเป๋า ลองเปิดกล้องดู กล้องเปิดไม่ติด(สงสัยถ่านหมด) เพราะไม่ได้ชาร์จมาหลายทริปแล้วไม่เป็นไรค่อยไปชาร์จที่โน้นก็ได็ เตรียมตัวไปรับนางแบบไปเพชรบุรี 8โมงเช้า ระหว่างขับรถ อยู่ๆกระจกก็เกิดอาการร้าวเป็นเส้นลงมาซักคืบกว่าๆ นึกในใจซวยแล้วตรู่ ไม่เป็นไรเพือได้รูป อย่ามากังวลเรื่องแค่นี้ ขับๆไปใกล้ๆถึงเพชรบุรี เครื่องเสียงรถเก่าๆ ร้อยวันพันปีไม่เคยเกเร จู่ๆวันนี้มันก็ไม่ทำงาน(สงสัยมันเหนือย) เอาว่ะไม่ฟังก็ได้ ไม่ง้อเฟ้ย ถึงที่หมายรีบจัดการชาร์จถ่านให้เต็ม ระหว่างชาร์จถ่าน ออกไปดูทำเลที่จะถ่าย ดูฟ้าดูฝนเสร็จ ซักบ่ายแก่ๆน่าจะลงมือถ่ายได้ กลับมาเตรียมกล้องต่อ ใส่ถ่านเข้าไปในกล้อง เปิดไม่ติดไม่มีอะไรขึ้นที่หน้าจอทั้งนั้น พยายามทุกวิธี ยังไงก็เปิดไม่ติดนึกในใจว่า(งานเข้าแล้วกู) ถ่านทั่ง3ก้อนลองยังไงก็นิ่งสนิท หรือว่าถ่านมันจะพร้อมใจเสียพร้อมกันที่เดียว3ก้อน ว่าแล้วรีบขับรถเข้าหัวหิน แวะร้านกล้องซื้อถ่านใหม่ ลองถ่านแท้ก็แล้ว เทียมก็แล้ว ยังไงมันก็ไม่ติด พร้อมกับสีหน้าหมดหวังของผม แล้วที่สำคัญพรุ่งนี้ต้องไปถ่ายงานด้วย แล้วจะเอากล้องไหนไปถ่ายว่ะเนี้ย น้องนางแบบเดินเข้ามาบอกว่า นึกว่ามาเทียวแล้วกันพี 5555 สุดท้ายก็กลายเป็นทริป กินกะเทียว ขากลับขับรถเข้าปั๊มน้ำมัน มีตัวเหี้....เดินมาตัดหน้ารถ อะไรๆกันเนี้ยวันนี้มันเป็นอะไรของมัน
มีชายคนหนึ่ง ที่บ้านทำมาหากินด้วยการขายข้าวมันไก่ ซึ่งบ้านนี้จะมีธรรมเนียมสืบทอดกันต่อ ๆ มาว่า เมื่อเจ้าของกิจการตาย ผู้ที่เป็นลูกชายจะต้องทำการสืบทอดกิจการนี้ต่อจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งบ้านนี้ก็ทำเช่นนี้มาตลอดถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจทำก็ตาม จนวันหนึ่งพ่อของชายคนนี้เสียชีวิตลง เขาก็จำเป็นต้องสืบทอดกิจการร้านข้าวมันไก่ต่อจากพ่อของเขา ทุก ๆ อย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี จนมาถึงวันครบรอบการตาย ของพ่อเขา วันนั้นที่ร้านขายดีมาก ๆ แบบที่ไม่เคยขายดีขนาดนี้มาก่อน ได้มีเด็กผู้หญิงคนนึงซึ่งเธอเป็นลูกค้าประจำของร้าน มาซื้อข้าวมันไก่ ไปกินเป็นอาหารเย็น ตอนนั้นเป็นเวลาโพล้เพล้ แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เจ้าของร้านก็รีบทำให้เด็กผู้หญิงเพราะเริ่มมืดแล้ว เธอยังต้องเดินไปบ้านเธออีกไกล เด็กผู้หญิงก็รีบเดินกลับไปบ้าน ด้วยหวังว่าจะได้อร่อยกับข้าวมันไก่ แต่เมื่อเธอมาถึงบ้าน และเปิดดูในกล่องข้าว ปรากฏว่ามีแต่ข้าว ไม่มีไก่แม้แต่ชิ้นเดียว!!! เธอแปลกใจมาก หลังจากนั้นเธอก็เดิน ออกไปเพื่อซื้อข้าวมันไก่อีกครั้ง แต่คราวนี้เธอจับตามองดูเจ้าของร้านอย่างใจจดใจจ่อ เพราะกลัวว่าเจ้าของร้านจะโกงเธอ แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติ เธอก็รีบเอาข้าวมันไก่กล่องนั้นกลับบ้านทันที เมื่อมาถึงบ้านเธอก็รีบเปิดกล่องข้าวมันไก่ทันที แต่แล้ว....ก็ไม่พบไก่แม้แต่ชิ้นเดียวเหมือนเดิม อากาศรอบข้างตอนนั้นเงียบสงัด เยือกเย็น ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงแง้มประตู เธอเริ่มกลัว แต่ทว่า เสียงนั้นเป็นเสียงพ่อของเธอกำลัง เปิดประตูบ้านเดินเข้ามา เธอจึงส่งเสียงเรียกพ่อของเธอ เด็กผู้หญิง : (เสียงสั่น) พ่อจ๋า พ่อมาดูอะไรนี่สิพ่อ หนูซื้อข้าวมันไก่มา 2 กล่อง แต่มันไม่มีไก่แม้แต่ชิ้นเดียว ทั้ง ๆที่เจ้าของร้านเขาก็ใส่ไก่มาให้แล้ว (เสียงเครือเหมือนจะร้องไห้ด้วยความกลัว)> พ่อของเธอทำหน้าแปลกใจ แล้วครุ่นคิดอย่างรอบคอบ ทันใดนั้นเอง พ่อของเธอก็กลับกล่องข้าวมันไก่แล้วเปิดดูทันที พ่อ : อีเด็กโง่เอ๊ย เอ็งนี่โง่จริง ๆ ทีหลังเปิดกล่องให้ถูกด้านสิวะ ไก่มันอยู่ฝั่งนี้โว้ย เดี๋ยวตบดิ้นเลย หมายเหตุ จริงๆเรื่องนี้เคยได้อ่านมานานแล้วแหละ แต่พอดีวันก่อนได้ดูหนังเรื่อง4แพร่ง แล้วดูถึงตอนที่3หนังใกล้จบตอน กำลังจะบ่นกับแฟนว่าตอนนี้ไม่สนุกเลย แต่หนังกลับหักมุมตอนจบ หัวเราะก๊ากเลย ก็เลยทำใหคิดถึงเรื่องนี้
ผมอาศัยอยู่กับพี่สาวสองคนในบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ ที่ทำงานของผมอยู่ห่างจากบ้านไม่มากนัก ทุกวันหลังเลิกงาน ผมจะเดินกลับบ้านด้วยความหวังว่า เมื่อไหร่จะมีแฟนเสียที ขณะที่ผมกำลังดูหนังอยู่ในห้อง ก็ได้ยินเสียงพี่สาวเรียกให้ลงมาข้างล่าง พี่สาวผมบอกว่า เพื่อนของพี่สาวย้ายเข้ามาเช่าบ้านติดกับบ้านผม พี่สาวแนะนำให้ผมรู้จัก'พี่มด' และขอแรงผม ช่วยขนย้ายสัมภาระเข้าบ้าน แต่สายตา และรอยยิ้ม ของพี่มดที่มองมายังผมซิครับ ทำเอาหัวใจของผมเหมือนจะหยุดเต้น ผิวของพี่มดขาวละเอียดมากเข้าใจว่าคงผ่านการดูแลมาอย ่าง ดี พี่มดสูงประมาณ 170 ซม. เอวเล็กรับกับก้น ที่ได้รูปอย่างแปลกประหลาด ในระหว่างที่ช่วยกันขนย้ายสิ่งของ ผมมองผ่านหน้าอกของพี่มดอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก้ออดจะนึกถึงแตงโมลูกย่อมๆ ที่แม่ค้าวางขายอยู่ในตลาดไม่ได้ เธอเอามันมาจากไหนนะ เห็นแล้วน่าหนักอกหนัก ใจแทนจริงๆ ยามที่เราขนย้ายสิ่งของ ผ่านช่องทางเล็กๆ ที่ต้องค่อยๆ เบียดผ่านกัน ผมรู้สึกได้ถึงความนิ่มจากร่างกายพี่มด ที่บดเบียดลงมา บนร่างกายผม ที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของผม มันเป็นความรู้สึกที่คนอย่างผมยากจะบรรยายจริงๆ พี่มดคงมองผมเป็นน้องเลยไม่ได้ระวังตัว ผมได้แต่ข่มความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังปะทุขึ้นมาในใจอย่างสุดความสามารถ อย่างน้อยก้อเพื่อเห็นแก่พี่สาวผม วันเวลาผ่านไป พี่มดมาเป็นแขกประจำของพี่สาวผมแทบทุกวัน บางวันก้อชวนกันออกไปดูหนังพักผ่อน บางวันก้อชวนกันไปหาหมอความงาม (ไม่รู้พี่สาวผมจะบ้าความงามตามพี่มดไปถึงไหนไม่เข้า ใจจริงๆ) แต่สายตาที่พี่มดมองมายังผม มันแฝงแววตาแปลกๆ มากขึ้นทุกวัน บางคืนผมหลับตานอนยังมองเห็นรอยยิ้ม และแววตาคู่นั้นจนนอนไม่หลับ ต้องลุกขึ้นมาออกกำลังกายหนักๆ เพื่อข่มความรู้สึกตัวเองให้บรรเทาลง คืนนี้ตีสองกว่าแล้ว ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกของพี่สาว ผมเดินลงบันไดมา เจอพี่สาวกำลังประคองพี่มดที่อยู่ในอาการเมา ไม่ได้สติ พี่สาวบอกว่าคืนนี้เพื่อนร่วมรุ่นเลี้ยงฉลองกัน แต่พี่มดเมามาก กุญแจบ้านพี่มดก้อหายจึงต้องพามานอนบ้านเรา แล้วพี่สาวก็บอกให้ผม ประคองพี่มดขึ้นไปนอนบนห้องของพี่สาว ส่วนตัวพี่สาวขับรถออกจากบ้านไปส่งเพื่อนๆ อีกสองสามคน ผมประคองพี่มดขึ้นบันไดไปห้องพี่สาว ด้วยแขนขาที่สั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ กลิ่นไวน์อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อาบอยู่บนตัวพี่มด ลอยมาแตะจมูก ลูกแตงโมย่อมๆ มันเบียดกับร่างกายผม จนหลุดออกจากเกาะอกมาโชว์แก่สายตา ผมได้แต่ข่มความรู้สึกตัวเอง ประคองพี่มดขึ้นมาจนสุดขั้นบันไดอย่างยากเย็น แต่แล้วเหตุการณ์ที่ผมไม่คาดคิดก้อเกิดขึ้น คงด้วยความเมา พี่มดผลักผมเข้าไปติดผนัง หน้าอกทั้งสองบดเบียดกับหน้าอกเปลือยเปล่าของผมอย่าง แนบแน่น ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากของพี่มด ก็กดลงมาบดเบียดกับริมฝีปากผม จากนั้นสติของผมก้อขาดลง ลืมผิดชอบชั่วดี ลืมทุกสิ่งรอบกาย ผมทำสิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิตกับพี่มดอย่างไม่น่าให้ อภัย สติผมกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้เสียงร้องครวญครางเจียนจะขาดใจของพี่มด แต่ทุกอย่างมันก้อสายเกินที่จะแก้ไขซะแล้ว อารมณ์ที่อัดอั้นมันไหลออกจากตัวผมอย่างสุดจะควบคุม ผมไม่น่าทำมันลงไปเลย คงเป็นครั้งแรกของพี่มด ที่เจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ พี่มดจะให้อภัยผมหรือเปล่านะ หากพี่มดแจ้งความกับตำรวจผมจะทำอย่างไรดี ผมไม่น่าทำกับพี่มดอย่างนี้เลย แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ร่างกายมันทำไปตามความต้องการของมันเอง แล้วผมจะบอกเรื่องนี้กับพี่สาวอย่างไร? ผมขอโทษ….เสียงขอโทษอย่างแผ่วเบาในใจของผม ภายใต้เสียงสะอื้นและน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ผมกอดกระชับพี่มดอย่างสำนึกผิดในการกระทำของตัวเอง แต่เลือดที่ไหลออกมาเต็มขาของพี่มดทำให้ผมตกใจแทบสิ้ นสติ "น้อย !!! นั่นแกทำอะไร !! ทำไมทำกับเพื่อนพี่อย่างนี้" พี่สาวผมอุทานด้วยความตกใจทันทีที่เปิดประตูมาเจอภาพ ที่ไม่คิดว่าน้องชายตัวเองจะทำได้ลงคอกับเพื่อนที่พี ่สาวผมรักมากที่สุด ผมก้มหน้าสำนึกผิดพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบาก่อนที่เราท ั้งคู่จะพาพี่มดไปหาหมอว่า "ผมขอโทษครับพี่ ............... ......ผมเผลอทำพี่มดตกบันได..... ........พี่ก็รู้นี่ว่าผมเกลียดกะเทย ก็เลยถีบซะกลิ้งเลยอะ ขอโตดดด น้า ตะเอง งานเจอมาขำดี555
Go Baek - Lee Soo Hoon วันหยุดยาว4วัน ไม่ได้ไปไหน ก็เลยหาหนังเก่ามั่งใหม่มั่ง ไปนอนดูที่บ้าน เกิดชอบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ ภาพยนตร์เรื่อง Temptation of The Wolf ซึ่งเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ดัดแปลงมาจากนิยายทางอินเตอร์เน็ตของนักเขียนวัย 19 ปี ที่ใช้นามปากกาว่า Guiyeoni ซึ่งกำลังโด่งดังสุดๆอยู่ในเกาหลีขณะนี้ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ Lee Chung-Ah ได้รับบทเป็น Han Kyung เด็กนักเรียนสาวชั้นมัธยมที่ไร้เดียงสาและมีเสน่ห์ ผู้เป็นศูนย์กลางของความวุ่นวายที่ทำให้สองหนุ่มสุดซ่าอย่าง Tae Sung (รับบทโดย Kang Dong-Won) และ Hae Won (รับบทโดย Jo Han-Sun) แข่งขันกันทุกวิถีทางเพื่อพิชิตหัวใจอันใสบริสุทธิ์ของ Han Kyung มาครองให้จงได้ ล่าสุด Lee Chung-Ah กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง Twentidentity ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เป็นการร่วมกันทำงานของเหล่าผู้กำกับฝีมือดีและนักแสดงรุ่นใหม่ True Romance (Kr) หรือสาวใส หนุ่มซ่าห์ตามล่ารักที่รอคอยกันมานานครับเมื่อรักสามเศร้าที่ยากจะคาดเดาว่าจะลงเอยเช่นไร เนื้อเรื่องเล่าถึงฮัน กยอง สาวน้อยใสซื่อที่กลับต้องมาเกี่ยวพันกับ2หนุ่มเลือดร้อนที่ทั้งคู่ต่างมีใจให้กับเธอแต่ทว่า เธอไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆแล้ว1ใน2คนนี้นั้นเป็นน้องชายแท้ๆของเธอ ตัวหนังเต็มไปด้วยบทเท่ๆของ2หนุ่มและ บทกุ้กกิ้กที่มีให้ดูอย่างจุใจและยังเต็มไป ด้วยบทเพลงที่ไพเราะทั้งเรื่องแต่ถ้าจะมองหนังเรื่องนี้เป็นหนังวัยรุ่นที่นำเสนอความรักของพ้องเพื่อนความอบอุ่นของครอบครัวที่ดูแล้วลงตัวจนทำให้คุณจะยิ้มทั้งน้ำตาเลย คงจะเป็นหนังในดวงใจของหลายๆคนไปอีกนาน ชองฮันกยองจะทำอย่างไร เมื่อหัวใจเธอดันเข้าไปพัวพันกับสองหนุ่มป็อปรุ่นน้องสุดหล่อเข้า หนุ่มหนึ่งเอาแต่ปากเสียใส่เธอ แต่ก็ทำให้ใจเธอเต้นตึกตักได้เสมอ อีกหนุ่มเป็นชายลึกลับที่จู่ๆ ก็มาบอกว่าเธอคือคนพิเศษซึ่งเขาตามหามานาน และแปลกตรงที่หัวใจเธอก็รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งเมื่อพบหน้าเขาด้วยสิ ความรู้สึกยากเกินบรรยายเกิดขึ้นกับเธอ…ชองฮันกยอง…เข้าให้แล้ว
วันศุกร์ ...บางคนก็อาจจะเคยอินเลิฟ บางศุกร์ อาจจะทำให้บางคนเหมือนอยู่ในชั่วโมงต้องมนต์ ลองคิดดูอีกทีนะ ...ถึงใครที่เราคุ้นเคย ศุกร์นี้ ...นับไปนับมา ก็ดูเหมือนว่าจะครบสิบปีแล้ว ยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่ได้ฟังเสียงร้องเพราะ ๆ และดนตรีแสนอบอุ่นในเพลง "ยังมีเสียงเพลงที่ทำให้ใจสดใส ดวงดาวมากมายมีให้เราดูเต็มฟ้า..." ได้หรือเปล่า นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้เรารู้จักกับพวกเขา... วง Friday • ดีวีดีบันทึกการแสดงสดของวงฟรายเดย์ ในคอนเสิร์ต "Yesterday Friday and Tomorrow" คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบในรอบ 10 ปีของ 3 หนุ่มฟรายเดย์ ที่จัดขึ้นที่พารากอน ฮอลล์ สยาม พารากอน เมื่อเดือนตุลาคม 2550 • กับบทเพลงของฟรายเดย์ ตั้งแต่ยุคแรก อัลบั้มแรก Friday I’m In Love ปี 1997 จนถึงยุคล่าสุด Song For Tomorrow (2007) • งานนี้ Friday ขนเพลงเก่าขึ้นเวทีเต็มที่ แฟนๆในฮอลล์เลยได้สัมผัสกันอรรถรสของดนตรีจากบทเพลงที่รู้จักและคุ้นเคย • รวมทั้งเพลงใหม่ในอัลบั้มล่าสุด "Song for tomorrow" อย่าง รถไฟ, เพลงของวันพรุ่งนี้, อยู่ในใจฉัน, ใกล้ไป, Love Song และ 10 ปี อยากบอกว่าชอบมากครับ
หนอนบ่อนไส้ ไม่เคยสิ้น แผ่นดินสยาม เชื้อชั่วลาม ลุกไหม้ ไม่จบสิ้น อำมาตย์ชั่ว ยังโฉดชั่ว อยู่ชาชิน คิดขั้นขาย แผ่นดิน บรรพชน ทิพย์สถาน วิหารเทพ เขาพระวิหาร สี่ทศวรรษ เนิ่นนาน แห่งการปล้น ฝรั่งเศส ร่วมเขมร เล่นเล่ห์กล ใช้แผนที่ ฉ้อฉล ช่วงชิงไป เหมือนสายฟ้า ผ่าใจ ไทยทั้งชาติ ฟังประกาศ ศาลโลก น้ำตาไหล บันไดขึ้นพระวิหาร ผ่านแดนไทย แต่ศาลสั่ง วิหารให้ กำพูชา เคารพศาล แต่คัดค้าน สงวนสิทธิ์ รอ คลายปม วิปริต แม้ชาติหน้า พระวิหาร ของไทย ต้องได้มา กลืนเลือด รอเวลา อย่างเยือกเย็น แต่บัดซบ อำมาตย์ชั่ว คิดฉ้อฉล ประโยชน์ตน แลกวิหาร เป็นของเล่น เฉือนแผ่นดิน ยกวิหาร ให้”ฮุนเซ็น” เป็นเครื่องเซ่น แสนอุบาทว์ ขายชาติกิน หนอนบ่อนไส้ ไม่เคยสิ้น แผ่นดินสยาม เชื้อชั่วลาม ลุกไหม้ ไม่จบสิ้น ตื่นเถิด พี่น้องไทย ทั้งแผ่นดิน รวมกันไล่ อำมาตย์ทมิฬ ให้หมดเมือง ! ตื่นเถิด พี่น้องไทย ทั้งแผ่นดิน ร่วมกันไล่ อำมาตย์ทมิฬ ให้หมดเมือง ! ว.แหวนลงยา วันที่ : 24/06/2008 เวลา : 12.04 น. http://www.oknation.net/blog/wachira89 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- **คำปราศรัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หลังศาลโลกตัดสินกรณีเขาพระวิหาร *** คำปราศรัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พี่น้องร่วมชาติ และมิตรร่วมชีวิตที่รักของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกว่า ศาลโลก ได้วินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และทางรัฐบาลได้ออกแถลงให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบเป็นลำดับนั้น รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยเฉพาะตัวของข้าพเจ้า ถือว่า เรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลได้ผลเสียของชาติ อันเป็นเรื่องของแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นมรดกที่บรรพบุรุษของเราสู้มา อุตสาห์ฝ่าคมอาวุธรักษาไว้ และตกทอดมาถึงรุ่นเรา เนื่องจากในคำปราศรัยนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบดีว่า ในส่วนลึกและหัวใจแล้ว คนไทยผู้รักชาติทุกคน มีความเศร้าสลดและมีความข่มขืนใจเพียงใด แสดงออกถึงของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งนี้มิใช่ว่าพวกเราจะนั่งนิ่งเฉยหรือท้อแท้ใจ ชาติไทยยอมท้อแท้ทอดอาลัยไม่ได้ เราเคยสูญเสียดินแดนแก่ประเทศมหาอำนาจที่ล่าอณานิคมมาแล้วหลายครั้ง หากบรรพบุรุษของเรายอมท้อแท้ เราจะเอาแผ่นดินที่ไหนมาอยู่กันได้จนถึงทุกวันนี้ เราจะต้องหาวิธีการสู้ต่อไป สำหรับกรณีเขาพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอทบทวนเข้าใจกับเพื่อนร่วมชาติทั้งหลายว่า รัฐบาลและประชาชนชาวไทย ไม่ได้เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลโลก ทั้งในข้อเท็จจริงกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม เมื่อเป็นดังนี้ แม้นรัฐบาลและปวงชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและข่มขืนเพียงใด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ก็ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฏบัติสหประชาชาติ กล่าวคือ ต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือเขาพระวิหาร ตามพันธกรณีแห่งกฎบัติสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งประท้วงและขอสงวน สิทธิ์อันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้ เพื่อสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินทางกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายภาคหน้า ให้กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาในโอกาสอันสมควร พี่น้องทั้งหลายคงทราบดีว่า ชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไปเนื่องจากเขาพระวิหาร อีกสิบปีอีกกี่ร้อยปี เราก็สามารถสร้างเกียรติภูมิคราวนี้กลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าทราบว่า การสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารครั้งนี้ เป็นการสูญเสียที่สะเทือนใจของคนไทยทั้งชาติ ฉะนั้นแม้นว่ากัมพูชาจะได้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ไป ก็คงไปได้แค่ซากปรักหักพัง และแผ่นดินเฉพาะรองรับเขาพระวิหารเท่านั้น วิญญาณของปราสาทเขาพระวิหารยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึกอยู่เสมอว่า ปราสาทเขาพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไป ด้วยอุปเล่ห์เพทุบาย คนที่ไม่มีเกียรติและไม่รับผิดชอบ ไม่รักความเป็นธรรม เมื่อประเทศไทยเราประพฤติปฏิบัติดีในสังคมโลก อันเป็นที่มีศีลธรรม มีสัตย์ ในวันหนึ่งข้างหน้าไม่ช้าก็เร็ว ปราสาทเขาพระวิหารจะต้องกลับมาสู่ดินแดนไทยอีกครั้งหนึ่ง เหตุการณ์เกี่ยวกัยเขาพระวิหารครั้งนี้ สลักแน่นอยู่ในความทรงจำของคนไทยสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นรอยจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติไปตลอด เสมือนแผลที่อยู่ในใจของคนไทยทั้งชาติ แต่ข้าพเจ้าหวังอยู่เสมอว่า ในที่สุด ธรรมมะย่อมชนะอธรรม การหัวเราะที่หลังย่อมดังกว่า และนานกว่า พี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ได้โปรดวางใจรัฐบาลซึ่งข้าพเจ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่นี้ จะสามารถนำชาติและพี่น้องชาวไทยที่รักก้าวสู่อนาคตอันสุขใสให้ได้ และข้าพเจ้ารับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า เมื่อถึงคราวที่ชาติคับขันแล้ว ข้าพเจ้าจะกอดคอร่วมเป็นร่วมตายกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เอาเลือดทาแผ่นดิน ไม่เสียดายชีวิตแม้แต่นิดเดียว แต่เราจะทำอย่างไรได้ ข้าพเจ้าเองมีความเจ็บช้ำน้ำใจไม่น้อยไปกว่าเพื่อร่วมชาติทั้งหลาย การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวว่า การมาพูดกับท่านด้วยน้ำตา น้ำตาของข้าพเจ้า เป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคับแค้น และการผูกใจเจ็บชั่วชีวิตชาตินี้และชาติหน้า ต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญของชาวไทย ข้าพเจ้าขอกล่าวคำปฏิญาณด้วยสัตย์วาจาดังนี้ พี่น้องที่รักชาติทั้งหลาย น้ำตาไม่อาจทำให้เราฉลาดขึ้น แต่เราจะต้องได้อะไรคืนมา ในขั้นสุดท้ายชาติไทยจะต้องประสบกับชัยชนะเสมอ เราต้องกล้าสู้ เราต้องกล้ายิ้มรับภัยที่มาถึงตัวเรา ชาติไทยเป็นชาติที่เชื่อมั่นในบริวารพุทธศาสนา ตั้งตนอยู่ในความเป็นธรรมตลอดมา ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเสมอว่า ชาติของเราจะไม่อับจนเป็นอันขาด เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในบรรดาเรื่องใหญ่ทั้งหลาย มีความสำคัญมากกว่านี้ ชาติที่รักของเรากำลังพัฒนาไปในสู่วิถีทางที่ดีขึ้น เหตุนี้ไม่ใช่เหตุผลความอับจนของเรา จงหวังและทำในเรื่องชาติที่สำคัญกว่านี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ชาติไทยของเรามีอนาคตแจ่มใสและรุ่งโรจน์อย่างแน่อนและมั่นคงในอนาคตอันใกล้ นี้ เราจงมาช่วยกันสร้างชาติที่รักยิ่งของเราต่อไป พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลาย วันนี้เป็นวันหนึ่งและในวันข้างหน้า เราจะต้องเอาปราสาทเขาพระวิหารคืนมาให้จงได้ และให้เป็นของชาติไทย สวัสดี ------------------------------------------------------------------------------- เพลง: แผ่นดิน ต้นฉบับ ขับร้องโดย คาราบาว ร้องใหม่โดย ฟอร์ด (*) ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่ลงสำมะโนครัว ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งไข่ ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับดินสุดท้าย ของเผ่าพันธุ์........ ไม่มีชัยชนะใดยิ่งใหญ่ เท่ากับชัยชนะเหนือใจตน ไม่มีภัยผองใดเหี้ยมโหดร้าย เท่ากับภัยผองไทยทำร้ายตน ไม่มีเงินไม่มีทองยังไม่หมองเศร้า มีแผ่นดินปลูกข้าวเราอยู่ได้ ไม่มีเงินไม่มีทองค่อยหาใหม่ บนแผ่นดินสุดท้าย ของไทยทุกคน อย่ามัวแต่ฝัน อย่ามัวแต่คิด ฝันถึงคิดถึง แต่ประโยชน์ส่วนตัว เห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัว แผ่นฟ้าจะมัว แผ่นดินจะหมอง นองน้ำตา (ซ้ำ *) แผ่นดินเดือดร้อน ผู้คนหมองไหม้ ผู้คนใจร้าย แผ่นดินเดือดร้อน แผ่นดินเหือดหาย ผู้คนเหือดสิ้น หมดสิ้นแผ่นดิน หมดสิ้นเผ่าพันธุ์....... ไม่มีดินผืนใดให้ไออุ่น เท่ากับดินที่คุณถือกำเนิด ไม่มีดินผืนใดดูมั่นคง เท่ากับดินที่ลงสำมะโนครัว ไม่มีดินผืนใดให้คุณเดิน เท่ากับดินที่คุณเดินตอนตั้งใข่ ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับดินสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ ไม่มีดินผืนใดมีความหมาย เท่ากับผืนดินไทยของคนไทย
_________________ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จะ รีบมี ภรรเมีย กัน ทำไม ในเมื่อ .. .. .. "สาเหตุที่ผม ยังไม่มีภรรยาเพราะว่า ................ ผมสามารถเอ็นจอย xxx ในราคาที่คุ้ม ค่า เที่ยวทุกอาทิตย์ = 2,000 x 4 = 8,000 บาท/เดือน = 8000 x 12 = 96,000 บาท/ปี เลือกได้ทุกรุ่น ทุกขนาด ใหม่ล่าสุดแกะกล่อง ไม่มีข้อ ผูกพันใดๆ รับประกันคุณภาพและการบริการ หาเมีย ต้นทุนระหว่างจีบ = 100,000 up ต้นทุนดาวน์ = 300,000 บาท up ค่าที่ อยู่อาศัยให้ = 1,500,000 up ค่าพาหนะ = 600,000 up ค่าบำรุง รายเดือน = 50% ของเงินเดือน up ไม่รวมค่าเสีย เวลาและประสาทเสียจากการแทรกแซง และการไร้คุณภาพเป็นพักๆของ ผลิตภัณฑ์ น่าจะได้อ่านเร็วกว่านี้หน่อย เฮ้อเซ็ง
งานเจอมา ทะลึ่งดี เพราะ ปกติ แอร์จะถามว่า Have You try Singha Yet? แต่ แอร์ ไม่สามารถจะถามได้ว่า Have You try Chang Yet? ????????????????????????
เห็นว่าน่าสนใจเลยเอาเข้ามาเตือนกันคับ .............................................. อยากจะเตือนเพื่อนๆ เข้าห้องน้ำมอเตอร์เวย์ ระวัง !!! จุดพักรถมอเตอร์เวย์ต้องระวัง แม้กระทั่ง.......ผู้ชาย หรือหญิง เคยเจอแบบนี้ไหมครับ จุดพักรถมอเตอร์เวย์ ตอนตีสอง ผมกำลังขับรถกลับบ้านคนเดียว ปวดคี้สุดๆ เลยแวะเข้าห้องน้ำ ปิดประตูปัง !!!! สักพักมีคนเดินมาเข้าห้องน้ำ ห้องข้างๆ ผม แล้วมีเสียงลอดออกมา ชายนิรนาม : "สวัสดี เป็นไงบ้าง สบายดีไหม" ผม : นึกในใจ อืม อะไรของมันว่ะ แต่ทำใจดีสู้เสือ เอาไงเอากันว่ะ เลยตอบกลับไป "เอ่อ สวัสดีครับ สบายดีครับ" ชายนิรนามถามต่อ : "แล้วทำอะไรอยู่ล่ะ" ผม : นึกในใจ ***จะให้ตรูทำ อะไร ฟะ นั่งอยู่ในส้วม "เอ่อ คือ คี้อยู่อะครับ'" ชายนิรนามถามอีก : "นอนดึกนะเนี่ย ป่านนี้ ยังไม่หลับไม่นอน จะไปไหนเนี่ย" ผม : อืม แปลกดีวุ้ย มีคนชวนคุย คงกำลังหาเพื่อนคุย "เออ กลับบ้านที่อยุธยาครับ ต้องไปงานแต่งตอนเช้า" สำหรับประโยคสุดท้ายของชายนิรนาม ที่ทำให้ผมขนหัวลุก........................................... ชายนิรนาม : "เฮ้ยๆ ! กูวางหูแค่นี้ก่อนนะ ห้องข้างๆเป็นเอี้ย อะไรไม่รู้ พูดตอบมาตลอดเลย" ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 5555ครายเครียด ช่วงนี้เซ็งๆหาเรืองหัวเราะเป็นรางวัลกะชีวิตซะหน่อย
My Love Jun 2, '08 10:21 PM for everyone
My Girl - Westlife Little girl and her father were crossing a bridge. เด็กหญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งและพ่อของเธอกำลังเดินข้ามสะพาน The father was kind of scared so he asked his little daughter, คุณพ่อของเธอมีท่าทีห่วงใย และพูดกับลูกสาวตัวน้อยของเขาว่า 'Sweetheart, please hold my hand so that you don't fall into the river.' 'ที่รักของพ่อ' จับมือพ่อไว้นะ ลูกจะได้ไม่ตกลงไปในน้ำ The little girl said, 'No, Dad. You hold my hand. ' เด็กหญิงจึงพูดว่า 'ไม่ค่ะพ่อ พ่อจับมือหนูดีกว่า' 'What's the difference?' Asked the puzzled father. พ่อจึงถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า 'แล้วมันต่างกันยังงัยล่ะจ๊ะลูก' 'There's a big difference,' replied the little girl. เด็กน้อยตอบกลับมาว่า 'มันต่างกันมากเลยค่ะพ่อ' 'If I hold your hand and something happens to me, chances are that I may let your hand go. ถ้าหนูจับมือพ่อไว้ และมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับหนู หนูอาจปล่อยมือพ่อหลุดไปก็ได้ But if you hold my hand, I know for sure that no matter what happens, you will never let my hand go. ' แต่ถ้าพ่อจับมือหนูไว้ หนูมั่นใจว่าแม้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม พ่อจะไม่ยอมปล่อยมือหนูหลุดไปแน่ In any relationship, the essence of trust is not in its bind, but in its bond. ในสัมพันธภาพใด ๆ ก็ตาม ความเชื่อใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผูกมัด แต่ขึ้นอยู่กับความผูกพัน So hold the hand of the person who loves you rather than expecting them to hold yours... ดังนั้นจับมือคนที่คุณรักไว้ โดยไม่ต้องคาดหวังหรือรอให้เขาเป็นฝ่ายจับมือคุณ ความรู้สึกที่ได้อ่าน เนี้ยแหละความรู้สึกของคนเป็นพ่อ ความรักและความผูกพันที่มีกับลูกสาว มันมากมายจริงๆ
ร่วมกลุ่มเพือนๆกันได้ 5คน ได้แก่ หลวงลายไทย พี่ใหญ่ใจดี kennyP เพือนเก่า สายมาร หมอnoway เพือนถ่ายรูปกันโคตรบ่อย ตั่งไข่ เพือนที่มักจะพูดว่าอะไรก็ได้ครับพี่ soranont ตัวถ่วง....ประจำเวป www.fotocoffee.com ร้านกาแฟร้านใหม่ ฝากเพือนๆเข้าไปเยียมชมด้วยครับ ปล.บ้านหลังเล็กๆแต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ
ช่วง1อาทิตย์ที่ผ่านมาเนี้ย เกิดความเบือขึ้นอย่างแรง มีโครงการสวยหรูว่าจะไปเกาะหมาก เกาะขาม แต่สุดท้ายไปถึงแค่เกาะสีชังก็ทะเลาะกันวงแตก ตัวใครตัวมัน กลับกรุงเทพมานั่งเซ็งตัวเอง ว่าแล้วคิดได้วันอังคารหน้าไปคนเดียวก็ได้ว่ะ ลงทุ่นเดินไปร้านหนังสือ ได้หนังสือมา1เล่ม ชื่อหนังสือ นายรอบรู้ อ่านเสร็จพอจะได้ข้อมูลการเดินทางคราวๆ กะว่าไปซัก4-5วันแล้วค่อยมานั่งเซ็งต่อ กะว่าเช่ามอเตอร์ไซค์ใช้ในการถ่ายรูป ซื้อทริปดำน้ำซักวัน ข้ามไปเกาะข้ามซักวัน 5555 วันอังคารหน้าเตรียมตัวแรด แต่ทำไมกระเป๋าเสื้อผ้ามันเล็กลงเล็กลง แต่กระเป๋ากล้องทำไมมันใหญ่ขึ้นเรือยๆ555